|
น่าจะเป็นการตัดสินที่ถูกต้องจริงๆของผู้บริหารเมืองทอง ยูไนเต็ด กับการกล้าลงทุนดึงยอดนักเตะระดับโลกอย่าง ก๊อด ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เข้ามาค้าแข้งโลดแล่นในเวทีไทยพรีเมียร์ลีก
พลันที่เป็นข่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ค.หลายคนก็สงสัยว่าเอามาทำไม?
เพราะสภาพของ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ก็แย่แล้ว ไม่แกร่ง ไม่ฟิต เหมือนสมัยที่เป็นสุดยอดดาวยิงให้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล และเมืองทอง ยูไนเต็ด จะคุ้มค่าหรือไม่?
วันนี้คำตอบนั้นน่าจะลบข้อครหาได้หมด เพราะในหลักการตลาดเพื่อฟุตบอลอาชีพแล้วการที่ทีมดึงยอดแข้งที่เป็นตำนานของโลกมาได้ หมายถึงการประชาสัมพันธ์ทีมให้ดังไปทั่วโลก ขณะที่ยอดเก็บตั๋วแต่ละนัดเพิ่มขึ้นชัดเจน สิ่งสำคัญคือสินค้าที่ระลึกที่เกี่ยวกับฟาวเลอร์ ล้วนแล้วแต่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
วงการฟุตบอลไทย คงไม่คาดคิดว่าจะมียอดดาวยิงเช่นนี้มาร่วมค้าแข้งด้วย จึงถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ และเชื่อว่าอนาคตจะมีแข้งดังอีกหลายคนที่อยากจะมา ล่าสุด จีโอวานนี่ อดีตแข้งบาร์ซ่า และ แมนฯซิตี้ ก็สนที่จะมาเช่นกัน
นอกจากดึงมาค้าแข้งและปล่อยให้ลงสนามในหลายๆเกมแล้ว สิ่งที่ทำให้วงการไทยลีกสะท้านสะเทือนยิ่งขึ้น ก็คือการได้รับการแต่งตั้งให้ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ขึ้นมารับตำแหน่งเฮดโค้ชแทนที่ เอ็นริเก้ คาลิสโต้ แบบที่ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้
ร็อบบี้ ยอมรับข้อเสนอนี้ทันที ส่วนหนึ่งเพราะเขาก็ตั้งใจกับการผันตัวเองไปสู่อาชีพโค้ชในเร็วๆนี้อยู่แล้ว จึงถือโอกาสที่จะทำทีม กิเลนผยอง ไปพลางก่อน และเกมแรกในหน้าที่โค้ชของเขาก็คือการพาทีมเยือน เอสซีจี สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 1 ต.ค.พร้อมกับชัยชนะ 3-1 ในเกมนัดนี้
แม้ว่า ฟาวเลอร์ จะไม่ได้อยู่ในบทบาทของโค้ชที่แอ็คชั่นริมสนาม เพราะจัดตัวเองลงเล่นเป็นตัวจริงตั้งแต่ต้นเกมถึงนาทีสุดท้าย ถือเป็นเกมแรกที่ลงครบ 90 นาที แถมในเกมนี้เขาคือผู้จ่ายบอลให้ลูกทีมยิงได้ถึง 2 ประตู จากลุกแรกที่เปิดเตะมุมให้กับ ดานโญ่ เซียก้า โขกเข้าไป และประตูที่สองเกิดในครึ่งหลังที่จ่ายทะลุช่องให้ ธีรศิลป์ แดงดา เข้าไปยิง
จากนั้น ฟาวเลอร์ ดูจะติดใจกับบทบาทการเป็นนักเตะมากกว่าโค้ช ในเกมต่อมาทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ขออุ่นเครื่องกับบีอีซี เทโรศาสน และเกมนี้เขาลงไปซัดได้ถึง 2 ประตู ก่อนทีมชนะได้ 3-0 เมื่อ 9 ต.ค.
บทบาทของยอดดาวยิงระดับโลกเริ่มที่จะเป็นที่น่าจับตามอง เขาลงคุมทีมซ้อมอย่างหนักจนก่อนที่เกมเมืองทอง ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านรับเชียงราย ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ใครๆก็คิดว่าเขาจะทำหน้าที่ในฐานะเฮดโค้ชคุมทีมข้างสนาม แต่แล้วทางผู้บริหารก็ปรับวิธีการทำทีมกันใหม่ ด้วยการมองถึงระบบในฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ นั่นคือขยับให้ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ นั่งตำแหน่งผู้จัดการทีมที่มีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการ
ส่วนเฮดโค้ชที่จะดึงเข้ามาช่วยในการวางแท๊กติกก็คือ มิลอส โจซิค อดีตกุนซือของราชประชานั่นเอง เกมกับเชียงราย ยูไนเต็ด เล่นท่ามกลางแฟนบอลเต็มสนามเพราะเมืองทอง ยูไนเต็ด ต้องการ 3 แต้มเพื่อการลุ้นแชมป์ต่อไป ขณะที่คู่แข่งถือว่าไม่ธรรมดา
เกมนี้ ก๊อด จัดตัวเองลงอีกครั้ง เพราะมั่นใจกับสภาพความฟิตที่พร้อมจะลงเล่นแล้ว และสิ่งที่แฟนๆในสนามเฝ้ารอคอยก็คือเมื่อไหร่เขดาจะมีชื่อในฐานะพังประตูในเกมไทยลีกได้ จนเกมมาถึง น.19 ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ก็ทำให้สาวกกิเลนมีความสุข เมื่อจักรพันธ์ พรใส ได้โอกาสซัดบอลติดขากองหลังเชียงรายลอยโด่งขึ้นมา ฟาวเลอร์ ไม่ปล่อยโอกาสทองเข้าไปโขกซ้ำเต็มหัวส่งบอลเข้าประตูไป
ภาพของ ก๊อด ที่กระโดดด้วยความสะใจหลังยิงประตูได้ กลับมาให้แฟนบอลได้เห็นแบบสดๆในสนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม นี่คือสิ่งที่ทุกคนรอคอย และ ก๊อด ก็ทำได้สำเร็จเสียที ในฐานะ ผู้เล่น โค้ช และ ผจก.ทีมในคราวเดียวกัน
โดยต้นเกมครึ่งหลัง ฟาวเลอร์ เปลี่ยนตัวเองออกด้วยการส่ง อาลี ดิเอร่า ลงเล่นแทน และเขาออกมาทำหน้าที่กุนซือเต็มตัวด้วยการสั่งลูกทีมที่ข้างสนาม สลับกับ โจซิค ที่ช่วยกันวางเกม จนหมดเวลา เมืองทอง ยูไนเต็ด เอาชนะ 4-1 ได้ 3 แต้มที่ต้องการ และเวลานี้ก็ลดช่องว่างไล่ห่างจากบุรีรัมย์ พีอีเอ เหลือแค่ 6 แต้มแล้ว
แม้ว่าจะยิงประตูได้ แต่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า การทำประตูไม่ได้ปลาบปลื้มใจเท่ากับการที่ทีมชนะ มันไม่สำคัญว่าลงไปแล้วจะต้องทำประตูได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยกันเพื่อให้ทีมพบชัยชนะมากกว่า
ทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด จะมีโอกาสลุ้นแชมป์หรือไม่ ผจก.ทีมแอนด์เพลเยอร์กล่าวว่า มันคงยาก แต่เราจะต้องทำให้ดีที่สุดในทุกเกม และคงจะต้องลุ้นกันนัดต่อนัดนับจากนี้ไป
ฟาวเลอร์ นั่งคุมทีม กิเลนผยอง 3 นัดรวมถึงเกมอุ่นเครื่อง พาทีมกระทุ้งประตูได้ 10 ประตู ตัวเขาเองจ่ายให้เพื่อนยิง 3 ประตู และที่สำคัญเขายิงได้ 1 ประตู
ข่าวที่ทำให้ทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ก้าวกระโดดขึ้นมายังไม่เท่ากับข่าวที่ออกจากสื่อแดนผู้ดีที่ว่า ทางทีมชาติไอรแลนด์เหนือสนใจที่จะดึงตัวเขาไปคุมทีมชาติ และเหมือนว่าทาง ฟาวเลอร์ จะสนใจที่จะรับข้อเสนอเสียด้วย
กระนั้นข่าวจากเมืองทองเองก็มองว่าทุกอย่างคงจะต้องดำเนินไปจนหมดสัญญาก่อน เพราะเวลานี้ถือว่า ร็อบบี้ กำลังพอใจกับบทบาทในทีม และเขาก็ต้องการที่จะพาทีมประสบความสำเร็จให้ได้ในฤดูกาลนี้ แฟนบอล กิเลนผยอง ไม่ต้องหวั่น ยังไง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ยังคงจะทำหน้าที่ทั้ง ผู้เล่น- โค้ช และ ผจก.ทีมต่อสู้ไปจนจบฤดูกาล ซึ่งดูท่าว่าจะมุ่งมั่นทำความสำเร็จให้กับเมืองทอง ยูไนเต็ด ให้ได้ ถ้าทำได้ ฉายา ก๊อด ก็คงจะไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแน่นอน
กฤษณะ การะเกตุ
ติดตามอ่านเรื่องราวต่างๆในนิตยสาร MTUTD MONTHLY วางแผงแล้ววันนี้ 55 บาทเท่านั้น

|